กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
21


กรุงเทพฯ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564 – ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส (IPG Mediabrands) ประกาศแต่งตั้ง ดร. สร เกียรติคณารัตน์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอินิชิเอทีฟ ประเทศไทย (Initiative Thailand) อย่างเป็นทางการ เพื่อสานต่อความสำเร็จล่าสุดของ อินิชิเอทีฟ ประเทศไทย ในฐานะมีเดีย เอเยนซี่ ด้านคุณภาพอันดับ 1 ของประเทศไทยในปี 2020 ซึ่งจัดอันดับโดย RECMA บริษัทวิจัยระดับโลกที่ประเมินผลงานเชิงคุณภาพการให้บริการของมีเดีย เอเยนซี่ในระดับโลก ระดับภูมิภาคและระดับประเทศ


ดร. สร ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอินิชิเอทีฟ ประเทศไทย เพื่อเป็นแม่แรงสำคัญในการขับเคลื่อนและขยายขีดความสามารถของอินิชิเอทีฟ ประเทศไทย ในยุคที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลและเทคโนโลยี รวมถึงการระบาดใหญ่ของไวรัสโควิด - 19   ซึ่งอินิชิเอทีฟมีจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องการเป็นพาร์ทเนอร์ในการเติบโตทางธุรกิจให้กับลูกค้าผ่านกรอบการทำงานแบบ Cultural Velocity - การเข้าใจวัฒนธรรมการใช้ชีวิต และความเป็นตัวตนของผู้บริโภค ผ่าน ดาต้าและเครื่องมือต่างๆที่ทำให้สามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ช่วยให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนธุรกิจและการสื่อสารให้เข้ากับยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของวัฒนธรรมการใช้ชีวิตได้ตลอดเวลา

ด้วยประสบการณ์มากกว่า 23 ปี ในแวดวงสื่อและโฆษณา รวมทั้งการให้คำปรึกษาด้านแบรนด์ ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวเรือใหญ่ของอินิชิเอทีฟ ประเทศไทยนั้น ดร. สร เคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายกลยุทธ์ ให้กับไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย และนับตั้งแต่ ดร. สร เข้าร่วมไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2555  เขากลายเป็นนักกลยุทธ์สำคัญในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยเป็นผู้นำทางความคิด ในการพัฒนาแนวคิดและกลยุทธ์ให้กับสินค้าและบริษัทชั้นนำของประเทศไทย ดร. สร จึงได้รับการยอมรับว่า เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการผลักดันธุรกิจของเครือข่าย ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งจนถึงปัจจุบัน

คุณเอมี่ อาร์มสตรอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสูงสุด อินิชิเอทีฟ โกล. (Global CEO) กล่าวว่า “ดร. สร เป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล และมีความเฉียบแหลมทางด้านธุรกิจ ทำให้เขาเหมาะสมกับตำแหน่งผู้นำของอินิชิเอทีฟ ประเทศไทย และฉันรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็น ดร. สร เป็นผู้นำทัพ ขับเคลื่อนสร้างการเติบโตและนำความสำเร็จมาสู่ อินิชิเอทีฟ ประเทศไทยในอนาคต” ขณะที่คุณลีห์ เทอร์รี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก (IPG Mediabrands APAC) และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอินิชิเอทีฟภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก (Initiative APAC) กล่าวเพิ่มเติมว่า “ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ ดร. สร เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อินิชิเอทีฟ ประเทศไทย เพราะ ดร. สร เป็นทั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญและรักในงานวางแผนกลยุทธ์ และเป็นผู้นำในการสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจอย่างแท้จริง ซึ่ง ดร. สร มีผลงานโดดเด่นในการขับเคลื่อนการพัฒนาธุรกิจและวิธีแก้ปัญหาโดยสร้างวัตกรรมใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นในตลาดประเทศไทย ผมรู้สึกยินดีที่ได้เห็นพัฒนาการด้านความสามารถอันยอดเยี่ยมของเขา จนตัวเขาได้รับการแต่งตั้งให้อยู่ในตำแหน่งผู้นำสำคัญที่สุดคนหนึ่ง และจากผลงานที่ผ่านมา ดร. สร เป็นแรงผลักดันสำคัญ ผู้อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์ที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับเอเยนซี่ ในเครือไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย ผมเชื่อว่าเขาจะสานต่อแรงผลักดันที่แข็งแกร่งนี้ให้กับอินิชิเอทีฟ ประเทศไทยต่อไปได้อย่างแน่นอน”


ดร. ธราภุช จารุวัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย กล่าวถึงผู้นำอินิชิเอทีฟ ประเทศไทย คนใหม่ว่า จากบทบาทก่อนหน้านี้ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายกลยุทธ์ ดร. สร พิสูจน์แล้วว่า เขาเป็นนักวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับบริษัทต่าง ๆ ในเครือไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย ด้วยการสร้างสรรค์ผลงานเชิงกลยุทธ์ที่สร้างการเติบโตทางธุรกิจให้กับลูกค้า ในขณะเดียวกัน ดร. สร ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างผลงานให้กับลูกค้าจนได้รับรางวัลทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศอย่างมากมาย ทั้งนี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย เชื่อมั่นว่า ดร. สร จะเดินหน้าสร้างความสำเร็จในทศวรรษที่ 3 ให้กับอินิชิเอทีฟ ประเทศไทย ต่อจากคุณวรรณี รัตนพล ผู้ก่อตั้งและเป็นตำนานของอินิชิเอทีฟ และคุณมาลี กิตติพงศ์ไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อินิชิเอทีฟ ประเทศไทย คนก่อนหน้า

ดร. สร เกียรติคณารัตน์ ยืนยันถึงการสานต่อความสำเร็จให้กับอินิชิเอทีฟ ประเทศไทย ในทศวรรษที่ 3 นี้ว่า “ความก้าวหน้าและวัฒนธรรมเป็นรากฐานสำคัญของอินิชิเอทีฟ ประเทศไทย มาโดยตลอด ผมมุ่งมั่นที่จะยกระดับจากการแก้ปัญกาเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ พร้อมพัฒนานวตกรรมการบริการที่จะช่วยให้ลูกค้าของเรานำหน้าคู่แข่งทางธุรกิจอยู่เสมอ โดยผมจะเน้นเรื่องการทำงานอย่างใกล้ชิดกับคู่ค้าทางธุรกิจ และเน้นการสร้างความสุขและพัฒนาศักยภาพพนักงานของเรา ให้เติบโต มีความคล่องตัวและก้าวนำสถานการณ์โลก การสร้างความสุขในการทำงานจะเป็นตัวจุดประกายสำคัญที่จะช่วยสร้างสรรค์ผลงานที่ดีในฐานะพาร์ทเนอร์ทางความคิดเชิงรุกให้กับลูกค้า ซึ่งหนึ่งในเป้าหมายหลักของผม คือ การทำให้ อินิชิเอทีฟ ประเทศไทย เป็นสถานที่ทำงานที่ดีที่สุดสำหรับคนที่รักความก้าวหน้า เป็นเอเยนซี่ที่ดีที่สุดของลูกค้าที่รักและพันธมิตรทางธุรกิจ เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้แบรนด์สร้างสิ่งใหม่ๆที่โดนใจในวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภค – we help brand takes initiative into the culture”

ด้านคุณมาลี กิตติพงศ์ไพศาล อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอินิชิเอทีฟ ประเทศไทย หนึ่งในผู้สร้างความสำเร็จให้กับอินิชิเอทีฟ ประเทศไทย จะยังคงดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านธุรกิจฝ่ายบริหาร ให้กับไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย ต่อไปในปี 2021

 

เกี่ยวกับ ดร. สร เกียรติคณารัตน์

ดร. สร เริ่มต้นการทำงานในปี พ.ศ. 2540 ที่ เดนท์สุ ยังก์ แอนด์ รูบิแคม (Dentsu Young & Rubicam) ในฐานะนักวางแผนกลยุทธ์ ก่อนมาร่วมงานกับ โลว์ (ลินตาส) (Lowe (Lintas) ในปี พ.ศ. 2543 เพื่อร่วมบุกเบิกการเป็นเอเยนซี่ที่ให้คำปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ แห่งแรก ๆ ของประเทศไทย ดร. สร ทำงานด้านกลยุทธ์และการพัฒนาธุรกิจที่โลว์ เป็นระยะเวลา 10 ปี ก่อนเข้าร่วมกับยูโร อาร์เอสซีจี (ฮาวาส) (Euro RSCG (HAVAS) ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ และในปี พ.ศ. 2555 ดร. สร เข้าร่วมงานกับไอพีจี มีเดียแบรนด์ส โดยดำรงตำแหน่งแรก คือ กรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์และนวัตกรรม ของไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย ซึ่ง ดร. สร เป็นผู้จัดตั้งแผนกกลยุทธ์การสร้างแบรนด์และการสื่อสารให้กับเอเยนซี่ต่าง ๆ ในเครือไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายกลยุทธ์ ของไอพีจี มีเดียแบรนด์ส

ดร. สร เป็นผู้บริหารที่มีแนวคิดบวก เปิดกว้างและพร้อมที่จะรับสิ่งใหม่เสมอ (Growth Mindset) และเป็นคนที่ชอบเรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) อย่างแท้จริง พิสูจน์ได้จากการที่ ดร. สร ได้สำเร็จการศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขานิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพในปี พ.ศ. 2563 โดยเชี่ยวชาญเรื่องนวัตกรรมสังคมองค์กร (Corporate Social Innovation) นอกจากบทบาทใหม่ที่ อินิชิเอทีฟ (Initiative) ประเทศไทย แล้ว ดร. สร ยังดำรงตำแหน่งกรรมการสมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) และเป็นกรรมการอิสระและกรรมการที่ปรึกษาภายนอกของมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง

 

เกี่ยวกับ อินิชิเอทีฟ

อินิชิเอทีฟ เป็นมีเดีย เอเยนซี่ระดับโลก ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างแบรนด์ให้เติบโตผ่านวัฒนธรรม และในช่วงสามปีที่ผ่านมา เราได้รับการเสนอชื่อให้เป็น มีเดีย เอเยนซี่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก จัดอันดับโดย RECMA หน่วยงานอิสระในการจัดอันดับคุณภาพมีเดีย เอเยนซี่ กุญแจสู่ความสำเร็จของเรา คือ ข้อเท็จจริงที่ว่า มีเดีย เอเยนซี่ส่วนใหญ่เน้นการสร้าง การรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) โดยอาจมีอคติกับการใช้เงินลงทุนกับสื่อ ซึ่งเราแตกต่างจากมีเดีย เอเยนซี่นั้น เพราะเราเป็นมีเดีย เอเยนซี่ ที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค (Brand Relevance) โดยมีกลยุทธ์สำคัญ คือ Cultural Velocity การใช้วัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วขับเคลื่อนแบรนด์ เราเชื่อว่าแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจะต้องให้ความสำคัญ และเข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยแบรนด์ต้องเข้ามามีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งและแทรกซึมในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค เราเรียกสิ่งนี้ว่า Cultural Velocity™ ซึ่งเป็นมาตราวัดความเร็วที่แบรนด์เคลื่อนผ่านวัฒนธรรมในสังคม และสร้างความเกี่ยวข้องเชื่อมโยง ยิ่งแบรนด์ก้าวไปพร้อมกับวัฒนธรรมได้เร็วเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งมีความเกี่ยวข้องกับผู้บริโภคได้มากขึ้นเท่านั้น และส่งผลต่อการเติบโตทางธุรกิจอย่างก้าวกระโดด  

ดูข้อมูลเพิ่มเติมของ อินิชิเอทีฟ ประเทศไทย ได้ที่เว็บไซต์ https:// ipg-connect.com/th/cultural-agency-initiative-thailand/

 

เกี่ยวกับไอพีจี มีเดียเบรนด์ส

IPG MEDIABRANDS คือ องค์กรระดับโลก ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการสื่อสารและการวิเคราะห์ข้อมูล ในเครือ Interpublic Group (NYSE: IPG) เราบริหารและดูแลการลงทุนทางด้านการสื่อสารการตลาดให้กับลูกค้า โดยมีมูลค่ารวมกันกว่า 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐใน 130 ประเทศทั่วโลก และเรามีผู้เชี่ยวชาญทางด้านการสื่อสารรวมตัวกันมากกว่า 13,000 คน เรามีการให้บริการแบบครบวงจรในทุกมิติของการเป็นเอเยนซี่ระดับโลก โดยภายใต้เครือข่ายของ IPG Mediabrands นั้นรวมไปถึงบริษัทสำหรับการวางแผนสื่อและการตลาดชั้นนำอย่าง UM, Initiative และ BPN และกลุ่มบริษัทที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านข้อมูลและการวิจัยอย่าง MAGNA, Matterkind และ ดิจิทัลเอเยนซี่ อย่าง Reprise www.ipgmediabrands.com , LinkedIn, Twitter or Instagram.
22
โปรโมทโฆษณาประชาสัมพันธ์ / ที่ดินบ้านสวนคลอง14 ชุดพิเศษ 10แปลง
« กระทู้ล่าสุด โดย Jessicas เมื่อ สิงหาคม 04, 2021, 08:30:20 PM »
สนใจเชิญให้เข้าร่วมกลุ่ม Line "บ้านที่ดิน HouseLand" เพื่อรับการอัพเดทที่ดิน
https://bit.ly/3xFTxOS

โปรดติดต่อทีมงาน 88
 ติดต่อคุณชัย 88
โทร. 0918849203
LINE ID : @614skoug
เว็บบ้านที่ดิน  www.housetheland.com ที่ดินบ้านสวนคลอง14 ชุดพิเศษ 10แปลง ที่ดินองครักษ์ นครนายก ที่สวยติดธรรมชาติ EP1

กดไลค์กดแชร์ กดติดตาม คือ Property บ้านที่ดิน HouseLand
https://www.youtube.com/channel/UCIz5DVj6igFVHKPUqY-Z4RA

บ้านที่ดิน HouseLand อสังหาครบวงจร
https://www.facebook.com/HouseTheLand
23


 วันนี้ (3 ส.ค.2564) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี ร่วมกับ และ หัวเว่ย อาเซียน อะคาเดมี (Huawei ASEAN Academy) และม.บูรพา จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (work shop) รูปแบบออนไลน์ หัวข้อ“Technology Seeker vs Competence Development Workshop” โดยมี ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ อีอีซี และ นายอาเบล เติ้ง (Mr. Abel Deng) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเปิดการสัมมนาฯ พร้อมคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในเทคโนโลยีดิจิทัล 5G มาให้ความรู้ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมสัมมนาจำนวนมาก อาทิ ผู้บริหารระดับสูงและผู้ประกอบการในพื้นที่อีอีซี กลุ่มเอสเอ็มอี และกลุ่มสตาร์ทอัพ ที่มีความสนใจต่อการนำนวัตกรรมดิจิทัล 5G เข้ามาผนวกกับการพัฒนาบุคลากร


การจัดสัมมนาฯครั้งนี้ จัดขึ้นตามแนวทาง อีอีซี โมเดล สร้างคนตรงความการ มีงานทำ รายได้สูง พร้อมขับเคลื่อนหลักสูตรนวัตกรรมที่มีต่อภาคอุตสาหกรรมในอีอีซี อีกทั้งมุ่งให้เกิดการเรียนรู้เทคโนโลยี 5G ระดับโลกของ หัวเว่ย ที่ได้พัฒนาระบบดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพ และเพื่อรวบรวมองค์ความรู้และข้อมูล สำหรับสร้างหลักสูตรการฝึกอบรม ให้กับ นักศึกษาคนรุ่นใหม่ ผู้ที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยี ICT ในพื้นที่อีอีซี  โดยในการสัมมนาฯ จะมีผู้เชี่ยวชาญจาก หัวเว่ย ร่วมถ่ายทอดความรู้ที่น่าสนใจ เช่น เทคโนโลยี 5G, ระบบการจัดเก็บข้อมูล Cloud, Big Data, และ IoT รวมทั้งการยกระดับเทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมโยงในภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น นอกจากนี้ จะได้รวบรวมข้อเสนอแนะ และความต้องการในมิติต่างๆ จากผู้เข้าสัมมนาภาคอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญ ที่ Huawei ASEAN Academy จะได้นำไปปรับการจัดทำหลักสูตร เพื่อเตรียมความพร้อม และพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซี สู่อุตสาหกรรม 4.0 ในอนาคต


ดร.คณิศ แสงสุพรรณ กล่าวถึงความร่วมมือระหว่าง อีอีซี หัวเว่ย และม.บูรพา ครั้งนี้ ว่า ในวันนี้ ถือเป็นก้าวแรกเพื่อร่วมกันขับเคลื่อน โครงการ "Huawei ASEAN Academy (Thailand) EEC Branch" ที่จะสร้างโอกาสการพัฒนาทักษะบุคลากรด้านดิจิทัล ที่ไม่เพียงแค่ตอบโจทย์การสร้างงานให้ตรงความต้องการภาคอุตสาหกรรม แต่จะขยายผลไปสู่การสร้างความสำเร็จ

เพื่อนำเทคโนโลยี 5G มาเสริมศักยภาพอุตสาหกรรม 4.0 เพิ่มผู้ใช้ 5G ในภาคการผลิต โดย "อีอีซี" ได้ตั้งเป้าหมายให้เกิดการใช้สูงถึง 8,000 โรงงานในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญผลักดันให้ประเทศไทย ก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 อย่างยั่งยืน

 
24
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/KIT09
25
ดันกระทู้
26


อาการปวดศีรษะ เป็นอีกหนึ่งอาการทางสมองและระบบประสาทที่สามารถพบได้บ่อยในผู้ป่วยที่ติดเชื้อ COVID-19 และ ผู้ที่ได้รับวัคซีน COVID-19 

โดยอาจมีสาเหตุและความรุนแรงที่แตกต่างกันออกไป ในผู้ป่วยบางรายอาการปวดศีรษะ อาจจะไม่รุนแรง และสามารถหายเองได้ แต่ในขณะเดียวกันผู้ป่วยอีกหลายคนอาจต้องการการตรวจวินิจฉัยและการรักษาเพิ่มเติม 

นพ.กีรติกร ว่องไววาณิชย์ อายุรแพทย์โรคสมองและระบบประสาท (โรคปวดศีรษะและใบหน้า) ศูนย์สมอง รพ.กรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า อาการปวดศีรษะเป็นอาการทางระบบประสาทที่เจอได้บ่อยในผู้ติดเชื้อ COVID-19 โดยสามารถพบผู้ป่วยที่มีอาการได้มากถึง 30% 

"ส่วนใหญ่จะไม่เคยมีประวัติโรคปวดศีรษะมาก่อน และอาการปวดมักจะพบภายใน 7 วันแรกหลังจากการติดเชื้อ โดยอาการปวดจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มีความรุนแรงของอาการปวดปานกลางถึงมาก และมักจะไม่ตอบสนองต่อยาแก้ปวด หรือมีอาการปวดซํ้าหลังจากยาแก้ปวดหมดฤทธิ์

ลักษณะการปวดจะเป็นการปวดแบบบีบรัดที่บริเวณขมับ หน้าผาก รอบกระบอกตาทั้ง 2 ข้าง หรือปวดทั่วทั้งศีรษะ ซึ่งอาจจะพบลักษณะการปวดแบบปวดตุ๊บๆ คล้ายกับเส้นเลือดเต้นได้ ซึ่งการโน้มศีรษะไปด้านหน้า การไอ การจามและการออกแรงจะทำให้อาการปวดศีรษะรุนแรงขึ้น

ที่สำคัญอาการปวดสามารถเกิดขึ้นได้นานถึง 2 สัปดาห์ สาเหตุของอาการปวดศีรษะสามารถสันนิษฐานได้ว่าอาจเกิดจากเชื้อไวรัสเข้าสู่สมองโดยตรง โดยผ่านปลายเส้นประสาทคู่ที่ 5 (trigeminal nerve) จากในโพรงจมูก ทำให้เกิดสัญญาณความปวดส่งมาที่ศีรษะ

หรืออาจเกิดจากการที่เชื้อไวรัสไปกระตุ้นร่างกายให้สร้างสารการอักเสบ (inflammatory cytokine) ซึ่งมีผลโดยตรงกับระบบนำความปวดในสมอง ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะขึ้นมาได้" 


(วัคซีนแต่ละชนิด ทำให้มีอาการปวดศีรษะมากน้อยต่างกัน)


ทั้งนี้สามารถแยกอาการปวดศีรษะที่เกิดจากการได้รับเชื้อ COVID-19 กับการปวดศีรษะด้วยสาเหตุอื่นได้ด้วยการสังเกตอาการที่เกิดร่วมด้วย

ยกตัวอย่างผู้ที่ติดเชื้อ COVID-19 นอกจากจะมีอาการปวดศีรษะแล้ว จะมีอาการเวียนศีรษะ มีไข้ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ไอ หอบเหนื่อย ปวดเมื่อย ถ่ายเหลว เจ็บขณะกลืน  อาจจะเกิดอาการแพ้แสง แพ้เสียงดัง คล้ายในผู้ที่ปวดศีรษะไมเกรนอีกด้วย และในผู้ที่เป็นโรคปวดศีรษะอยู่แล้ว จะมีลักษณะของอาการปวดที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม  

อาการปวดศีรษะนอกจากจะเกิดขึ้นกับผู้ติดเชื้อ COVID-19 แล้วยังสามารถเกิดขึ้นกับผู้ที่รับวัคซีน COVID-19 ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งวัคซีนแต่ละชนิดจะมีรายงานอาการของผลข้างเคียงที่แตกต่างกันออกไป

ในผู้สูงอายุจะพบอาการข้างเคียงได้ตํ่ากว่าในผู้ที่มีอายุน้อย และการได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จะพบอาการข้างเคียงน้อยกว่าในเข็มแรก จากข้อมูลงานวิจัยในปัจจุบันพบว่า

-วัคซีนเชื้อตาย (CoronaVac) พบอาการปวดศีรษะหลังได้รับวัคซีน 6%-18.7% 

-วัคซีนชนิด viral vector (ChAdOx1 nCoV-19; AstraZeneca) พบอาการปวดศีรษะหลังได้รับวัคซีน 22.8%-29.3% 

และวัคซีน mRNA (BNT162b2; Pfizer) พบอาการปวดศีรษะหลังได้รับวัคซีน 39%-52% 

โดยปกติแล้วถ้าเกิดอาการปวดศีรษะจากการได้รับเชื้อ COVID-19 หรือจากการได้รับวัคซีนอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ สามารถรับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอลได้

ในกรณีที่รับประทานยาพาราเซตามอลแล้วยังไม่สามารถควบคุมอาการปวดได้ อาจต้องพิจารณาใช้ยาแก้ปวดบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs หรือ NSAIDs) 

สำหรับผู้ที่เป็นไมเกรนและมีอาการปวดศีรษะไมเกรนกำเริบหลังได้รับวัคซีน แนะนำให้รับประทานยาพาราเซตามอล ในกรณีที่ปวดศีรษะรุนแรงควรพิจารณาใช้ยาในกลุ่ม NSAIDs หรือ ยากลุ่ม triptans 

ทั้งนี้ หลังจากการได้รับวัคซีน COVID-19 ถ้าอาการปวดศีรษะรุนแรงขึ้นหรือไม่บรรเทาลงหลังจากการรับประทานยาแก้ปวด หรือมีอาการผิดปกติอย่างอื่นเกิดขึ้นร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อหาสาเหตุของอาการปวดศีรษะที่อาจเป็นอันตราย รวมทั้งรักษาอาการปวดศีรษะอย่างเหมาะสม

สอบถามได้ที่ โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล Contact Center โทร. 1719  
28


นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค. ได้ทำการศึกษาแนวโน้มตลาดของสินค้าต่าง ๆ ตามนโยบายที่ได้รับจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้นำมาแจ้งทิศทางและช่วยแนะนำให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออกของไทยได้มีการปรับตัว และเพิ่มโอกาสในการทำตลาด โดยได้ทำการศึกษาแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในอุตสาหกรรมแฟชั่น ซึ่งพบว่าแนวคิดแฟชั่นหมุนเวียน (Circular Fashion) กำลังเป็นที่นิยมที่นำมาใช้ในการวางแผนและออกแบบการผลิตเพื่อลดการเกิดของเสียและมลพิษ การผลิตเสื้อผ้าจากวัสดุที่ปลอดภัยและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ การเพิ่มระยะเวลาใช้งานเสื้อผ้า รวมทั้งการนำเสื้อผ้าเก่ามาผลิตเป็นเสื้อผ้าใหม่ เกิดการหมุนเวียนเป็นวงจรต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ทรัพยากรได้อย่างสูงสุด

ทั้งนี้ นอกจากผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินธุรกิจของอุตสาหกรรมแฟชั่นแล้ว สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน เพราะการที่ร้านค้าต้องปิดตัวลง ผู้คนต้องทำงานที่บ้าน และลดการใช้ชีวิตทางสังคม ทำให้ยอดการจำหน่ายเสื้อผ้าลดลง ซึ่งผลการสำรวจข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคทั่วโลกในปี 2563 ระบุว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคมีรายได้ลดลง และอุตสาหกรรมแฟชั่นถูกคาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากผู้บริโภคกว่า 51% จะลดการใช้จ่ายในการซื้อเสื้อผ้ารองเท้าลงและมีพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนไป โดยให้ความสำคัญต่อความคุ้มค่าในการใช้จ่ายมากขึ้น และต้องการสินค้าที่มีคุณภาพ ใช้งานได้ยาวนานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

นอกจากนี้ ได้มีผลการสำรวจว่า ผู้บริโภคกลุ่ม Millennial คือผู้ที่อายุระหว่าง 24-37 ปี  และ Gen Z คือ ผู้ที่อายุระหว่าง 13-23 ปี  ใส่ใจเป็นพิเศษต่อสินค้ารักษ์โลก และกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของอุตสาหกรรมที่มีต่อสิงแวดล้อม รวมทั้งมีความตระหนักถึงการลดการใช้พลาสติกและคาดหวังให้แบรนด์สินค้าต่าง ๆ สนับสนุนแนวคิดเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมเช่นกัน

จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้เห็นว่าแฟชั่นหมุนเวียน เป็นแนวคิดที่จะช่วยสร้างช่องทางการตลาดใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในสถานการณ์ปัจจุบันไปพร้อม ๆ กับช่วยลดขยะและลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะเห็นได้จากในวงการแฟชั่นเริ่มเปลี่ยนแนวทางการทำธุรกิจบ้างแล้ว เช่น ธุรกิจให้เช่าเสื้อผ้า ธุรกิจขายเสื้อผ้ามือสอง รวมไปถึงการผลิตเสื้อผ้าจากวัสดุรีไซเคิล หรือวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ผู้ผลิต ผู้ส่งออกของไทย ก็ควรที่จะศึกษาและวางแผนการทำตลาดภายใต้แนวคิดนี้เพิ่มขึ้น


อย่างไรก็ตาม สนค.เห็นว่า ในส่วนของผู้บริโภค หากตระหนักถึงการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาจทำได้โดยเลือกสินค้าที่มีคุณภาพหรือเลือกใช้เสื้อผ้าจากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนทิ้งเสื้อผ้า พยายามซ่อมแซมเสื้อผ้าเพื่อใช้งานให้นานขึ้น บริจาคเสื้อผ้า และแยกขยะเสื้อผ้า สิ่งทอ เมื่อต้องการทิ้ง เพราะเสื้อผ้าสิ่งทอเหล่านี้ สามารถนำไปรีไซเคิลให้กลายเป็นเสื้อผ้าใหม่หรือสินค้าประเภทอื่นได้

ปัจจุบันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมตามการเติบโตของธุรกิจแฟชั่น โดยเฉพาะกระแส Fast Fashion ซึ่งเป็นเทรนด์เสื้อผ้าที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและผู้ประกอบการต้องผลิตสินค้าออกมาให้ทันความต้องการ เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกถึงความทันสมัยและซื้อบ่อยขึ้น อาจกลับทำให้สินค้าคุณภาพด้อยลง ใช้งานได้ไม่นาน และใช้ซ้ำได้น้อยครั้ง เสื้อผ้าปริมาณมหาศาลจึงต้องกลายเป็นขยะในที่สุด โดยแต่ละปีจะพบว่ามีเสื้อผ้าและสิ่งทอกว่า 85% ถูกทิ้ง และมีเพียง 15%  ที่ได้รับการรีไซเคิลหรือนำไปบริจาค
29


ตามกระแส อีก1เคสหลังจาก แวดวงอสังหาฯ ร้อนฉ่าจากกรณี คำพิพากษาของศาลปกครองกลาง เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโครงการ "แอชตัน อโศก" เมื่อ"กรณ์ จาติกวนิช" หัวหน้าพรรคกล้า ยื่นหนังสือถึงผู้ว่า กทม. ร้องโครงการ “ควินทารา ซิงค์ เย็นอากาศ”ให้ระงับการออกใบอนุญาต

จากเพจของ กรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanijเมื่อวันที่ 3 ส.ค.2564 ได้เขียนชี้แจงว่า


วันนี้ผมขอทำหน้าที่ในฐานะ “ประชาชนคนหนึ่งที่ได้รับความเดือดร้อน” ครับ

ผมได้ยื่นขอระงับออกใบอนุญาตก่อสร้างคอนโดหรู เขตยานนาวา แก่ผู้ว่าฯ กทม.อัศวิน ขวัญเมือง ซึ่งเราได้คุยกันว่า "คุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ต้องมีค่ามากกว่ากำไรของเอกชน"

เนื้อหาในจดหมายขอให้ระงับการออกใบอนุญาตก่อสร้างคอนโดโครงการ ควินทารา ซิงค์ เย็นอากาศ ของบริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) ในซอยประสาทสุข ถนนเย็นอากาศ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ

ผล EIA ของกทม.ที่ให้ความเห็นชอบประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อ 'โครงการควินทารา ซิงค์ เย็นอากาศ' ของบริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 เป็นการพิจารณาที่ไม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาจราจรที่ประชาชนได้ชี้แจงไปแล้วหลายรอบ ทั้งเป็นซอยแคบ หน้ากว้างถนนไม่ถึง และใกล้โรงเรียนอีกหลายแห่ง

แต่ EIA ของกทม.กลับให้น้ำหนักเอื้อต่อข้อเสนอของบริษัทพัฒนาที่ดิน ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในสภาพการจราจรและความเป็นอยู่ของประชาชน

ข้อเท็จจริงคือ กทม.อนุมัติให้โครงการนี้ผ่าน EIA ทั้งๆ ที่ถนนหน้าโครงการมีความกว้างตํ่ากว่าเกณฑ์กฎหมายอย่างชัดเจน และขัดกับหลักการวินิจฉัยของศาลปกครองในอดีตที่ความกว้างของถนนต้องเป็นความกว้างที่ “ใช้ได้จริง” ตามเกณฑ์ตลอดเส้นทาง

ผมและเพื่อนบ้านของเรา จึงขอให้ผู้ว่าฯ กทม. ใช้อำนาจปฏิเสธการออกใบอนุญาตก่อสร้าง แต่หากยังมีการดึงดันเดินหน้า เราจะดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมายต่อไป ทั้งในศาลปกครอง ศาลแพ่งและศาลอาญา

วันนี้ท่านผู้ว่าฯ ได้กรุณารับฟังและรับไปพิจารณาทบทวนข้อเท็จจริง ซึ่งผมได้เน้นว่าการก่อสร้างนอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับผู้อยู่อาศัยเดิม แต่จะเป็นทำให้ประชาชนที่จะมาซื้อโครงการในอนาคตอาจจะต้องรับความเสียหายอย่างมาก ตามที่เพิ่งปรากฎเป็นข่าวในกรณีโครงการในย่านอโศก ความเสียหายนี้หลีกเลี่ยงได้ และไม่ควรเป็นความเสียหายซ้ำซาก


"อยากให้ผู้ว่าฯ กทม. ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ มากกว่าการทำกำไรของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทางผู้ว่าฯ กทม. รับปากว่าจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบผลการทำงานของสำนักงานเขตยานนาวา และคณะกรรมการพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงทบทวนนโยบายการพิจารณาโครงการลักษณะนี้ในทั่วทุกพื้นที่ โดยการยึดหลักความสุขของประชาชนเป็นหลัก ด้วยการส่งเสริมการพัฒนาที่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในการใช้ชีวิตในแต่ละพื้นที่”

วันนี้ต้องขอบคุณประชาชนเกือบ 70 ครัวเรือนที่ได้รวมตัวกันเพื่อรักษาสิทธิและคุณภาพชีวิตในฐานะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการนี้ และหวังว่าทางผู้ประกอบการจะทบทวนนโยบายเพื่อเปลี่ยนรูปแบบของโครงการในลักษณะที่เป็นที่ยอมรับของประชาชนในพื้นที่


ขณะเดียวกันนั้น ทางเพจของโอภาส ใหญ่ HI - Happy Investor ได้โพสต์ว่า ได้รับข้อมูลอธิบาย จาก ดร.ต่อศักดิ์ เลิศศรีสกุลรัตน์ กรรมการผู้จัดการ ESTAR ชี้แจงต่อประเด็นดังกล่าว เบื้องต้น ดังนี้

ดร.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า “ทาง ESTAR เราก่อนซื้อที่ดินแปลงนี้ เราก็กังวลเรื่องความกว้างเขตทางอยู่ เราเลยไปตรวจสอบให้แน่ใจ ซึ่งปกติเราก็ต้องเช็คทุกแปลงก่อนซื้ออยู่แล้ว และร้องขอให้ทางเขตมาทำการรังวัดจนได้เอกสารรับรองแล้ว จึงมั่นใจว่าพัฒนาโครงการได้ จึงได้ตกลงซื้อที่ดินแปลงนี้มาเพื่อพัฒนาต่อ

เมื่อซื้อแล้วได้รับทราบถึงข้อห่วงกังวลจากทั้งคุณกรณ์ และชุมชน เรามีการจัดประชุมไป 2 รอบ ไม่รวมการหารือนอกรอบอีกหลายครั้ง เรื่องประเด็นความกว้างเขตทาง เราก็ได้มีการทำการรังวัดใหม่ ตรวจสอบใหม่ทั้งหมดอีกรอบ โดยเพิ่มหน่วยงานที่ตรวจสอบเพื่อความมั่นใจ ก็ได้คำตอบยืนยันตามเดิมว่าทำได้

พร้อมกันนั้นเพื่อลดผลกระทบอื่นๆ เราก็ได้ทำการปรับแบบโครงการ โดยลดจำนวนอาคารพักอาศัย ลดจำนวนห้อง เพิ่มสัดส่วนที่จอดรถ เพื่อลดความห่วงกังวล ว่าจะเป็นสาเหตุปัญหาการจราจรเพิ่ม ในขอบเขตรูปแบบโครงการที่เรายังพอทำธุรกิจได้

จนมาถึงขั้นตอน EIA ก็พิจารณากันหลายครั้ง ทางคุณกรณ์และคนในชุมชนบางส่วนก็เข้ามามีส่วนร่วม ได้เข้าพบคณะผู้ชำนาญการด้วยตนเอง ทางกรรมการหรือชุมชนมีข้อห่วงกังวลอะไร เราก็ดำเนินการและปรับทั้งหมดที่ทำได้ อะไรที่ไม่ชัดเจนทางกฏหมายเราพร้อมทำการตรวจสอบใหม่ทั้งหมด พร้อมขอจดหมายยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะเราไม่อยากให้เกิดปัญหากับชุมชน

เราเข้าใจเขา เข้าใจชุมชน เราอยากทำธุรกิจกันยาวๆ เราอยากพัฒนาให้ดีขึ้น แต่ก็ยอมรับครับว่าการพัฒนาก็เหมือนศัลยกรรม มันต้องมีผลกระทบบ้างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เรามองลึกลงไปว่าปัญหาหลักจริงๆ คือ การจราจร ที่ชุมชนเป็นห่วง เพราะทำเลนี้เป็นทำเลที่ดีมาก อยู่ใจกลางเมือง และเป็นที่อยู่อาศัยชั้นดี เราจึงพยายามระดมสมองทั้ง จากภายในบริษัทและผู้เชี่ยวชาญภายนอก เพื่อหาทางแก้ไขให้ตรงจุด และเสนอมาตรการต่างๆที่เราพอทำได้ ภายใต้การร่วมมือของชุมชน เช่น

1. เราเสนอ ตัดแบ่งที่ดินบางส่วนด้านหน้าโครงการให้เกิดการสัญจรสวนกันบริเวณหัวโค้งได้สะดวกขึ้น และทำเป็นสวน ให้ทัศนียภาพในซอยตรงนั้นดูสวยงาม ร่มรื่น

2. เราเสนอว่าเราจะปรับปรุงสภาพถนน มีการตีเส้นจราจรเพื่อความปลอดภัย ตีเส้นห้ามจอด หรืออะไรก็แล้วแต่เพื่อให้การไหลของจราจรในซอยสะดวกขึ้น โดยเราจะทำภายใต้ความร่วมมือและการยอมรับของชุมชน เพราะเราทำโดยพละการไม่ได้

หรือแม้แต่เสนอทำแอพพลิเคชั่นช่วยเรื่องการรับส่งนักเรียน ซึ่งน่าจะเป็นปัญหาหลักของซอยนั้น ไปถึงการหารือกับสถานีตำรวจว่าเราจะช่วยอะไรเรื่องการจราจรได้บ้าง ฯลฯ

จนแม้กระทั่ง โครงการผ่านการพิจารณาแล้ว เราก็ยังไม่ได้สร้างทันที เพราะอยากจะให้ทุกฝ่ายเกิดความสบายใจมากที่สุด ค่อยๆสร้างความเข้าใจกับชุมชน และพร้อมจะดำเนินการในสิ่งที่ทำให้สภาพแวดล้อมโดยรวมดีขึ้น หรือปัญหาที่เคยมีบรรเทาลงไป พร้อมกับการพัฒนาเมืองและชุมชน ที่คงจะต้องเกิดขึ้น ไม่ช้าก็เร็ว ซึ่งผมและทีมงานทุกคน เชื่อมั่นว่าทางเราและชุมชน น่าจะมีทางออกที่ดีร่วมกันได้ครับ”

ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางผู้บริหารและทีมทำงานของ ESTAR กำลังเร่งจัดเตรียมรายละเอียด เพื่อชี้แจงต่อทุกภาคส่วนต่อไปโดยเร็วที่สุด โดยยึดถือหลักการว่า ทางโครงการจะพยายามทำทุกอย่าง อย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกฝ่ายต่อไป
30

Krinno Co.,Ltd.
สร้างสรรค์ผลงาน ไฟเบอร์กลาส โมเดลการ์ตูนและเฟอร์นิเจอร์ sculpture ประติมากรรม
รับผลิต หล่องานไฟเบอร์กลาส ทุกชนิด พร้อมออกแบบ 3D ตามแบบลูกค้า


ผลงานลูกค้าที่สั่งทำ>> http://bit.ly/krinno_by_order

สนใจติดต่อหรือสอบถามเพิ่มเติม
Tel : 0837566666 , 0867536666

line : @krinno




เว็บไซต์ : www.krinno.com

เพจ : www.facebook.com/krinnoshop

IG : www.instagram.com/krinno66

e-mail : blackhemp7@gmail.com





หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10